ซูเนสส์น่าแตกพบสวนกลับกึ่งกลางรายการข้างหลังล้อเลียนมูรินโญ่

เกิดเรื่องน่าขำของชายที่ประนามคนอื่นโดยมีความประพฤติที่หนักกว่าคนที่เขาประนามเสียอีก ข้างหลังซูเนสส์ ประนามถึงความประพฤติปฏิบัติของมูรินโญ่ที่ทำท่าเย้ยหยันแฟนบอลยูเวนตุส

โดยลืมถึงพฤติกรรมของตัวเองในอดีตกาล จากท่าป้องหูระดับตำนาน ของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่เป็นที่เผยแพร่และก็ติชมกันอย่างมากบนโลกโซเชียล และก็วงการการบอลอังกฤษ
ซึ่งหัวข้อนี้ได้เกิดขึ้นได้จากทีท่าที่ไม่ควรของผู้จัดการทีมฟุตบอลกลุ่มอสุรกายแดง สำหรับในการเยาะเย้ยกองเชียร์ศัตรู ข้างหลังพาทีมกลับเอาชนะ ยูเวนตุส กลุ่มอันดับที่หนึ่งหัวตารางไป 2-1 รวมทั้งแปลงเป็นหลักสำคัญที่สร้างความรู้สึกว่าไม่พึงพอใจแก่แฟนกลุ่ม ยูเวนตุส อย่างมาก จนกระทั่งแปลงเป็นกระแสรุมประนามถึงพฤติกรรมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในคราวนี้ และก็ปัจจุบัน เอ็งรม ซูเนสส์ ก็ได้ขอมาร่วมวงประนามมูรินโญ่ ถึงความประพฤติซึ่งสามารถก่อให้เกิดเหตุอลหม่านได้
“เขาอาจจะทำให้เกิดเหตุความปั่นป่วนได้” คำพูดของซูเนสส์ ที่ประนามมูรินโญ่ ประมาณว่าไม่ยินยอมไตร่ตรองก่อนที่จะมีการปฏิบัติ ปลดปล่อยให้อารมณ์ครอบครอง จนถึงสามารถนำมาซึ่งการก่อให้เกิดเหตุสุ่มเสี่ยงแย่ลงกว่าเดิมขึ้นได้ ซึ่งเป็นการกล่าวระหว่างการจัดรายการของ ซูเนสส์ รวมทั้ง มิค แม็คคาร์ธี อดีตกาลนักฟุตบอลและก็กุนซือวูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่ได้เอ่ยถึงข้อความสำคัญท่าป้องหูของมูรินโญ่ในเกมการแข่งขันชิงชัยคราวนี้
ภายหลังการวิพากษ์ถึงความประพฤติของ มูรินโญ่ ที่ซูเนสส์กล่าวจบไป แม็คคาร์ธีก็กล่าวเย้าแหย่ ซูเนสส์ ในทันทีทันใดว่า
“ผมไม่คิดว่าทั้งยังคุณ ซูเนสส์ หรือผมจะสามารถนั่งที่ตรงนี้แล้วจากนั้นก็เทศทุ่งนา มูรินโญ่ ได้ ในเมื่อคุณ ซูเนสส์ เคยปักธงกึ่งกลางสนามบอลที่ประเทศตุรกีมาแล้ว” ซึ่งการปักธงของซูเนสส์ในที่นี้ เป็นการปักธงในเชิงเย้ยหยัน ข้างหลังกลุ่ม กาลาตาซาราย สามารถเอาชนะคู่อริตลอดการอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ แล้วครอบครองแชมป์ประเทศตุรกี คัพได้ ก่อนที่จะซูเนสส์จะวิ่งถือธง กาลาตาซาราย ไปปักกึ่งกลางสนาม ถือว่าเป็นความประพฤติปฏิบัติที่บุ่มบ่ามและก็เสี่ยงจะเกิดเหตุความปั่นป่วน มากกว่าท่าป้องหูของมูรินโญ่ซะอีก
คำกล่าวดังกล่าวมาแล้วข้างต้นของ ซูเนสส์ เล่นทำเอาซูเนสส์ถึงกับไปผิด พร้อมโต้ตอบแบบถูๆไถๆไปว่า “ธงของผมมันเป็นรอบชิงแชมป์ มันทำแบบงั้นได้เฉพาะเกมอย่างนี้แค่นั้น” ซึ่งนับเป็นคำกล่าวที่หัวแข็งแล้วก็ฟังดูแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไหร่ ส่วนทางด้านมูรินโญ่เองภายหลังจากโดนกระแสต้านถึงความประพฤติดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วไปอย่างมาก ก็ได้ออกมาพูดถึงมูลเหตุที่ทำให้ตนทนไม่ได้ จากการที่ถูกโห่ใส่รวมทั้งด่าว่าครอบครัวของเขามาตั้งแต่นัดหมายก่อนก็เลยอยากเอาคืน โดยในช่วงเวลานี้มูรินโญ่ก็ได้สำนึกถึงความประพฤติปฏิบัติดังที่กล่าวถึงแล้วแล้ว

Author: Wilma Olson